เมื่อเร็วๆ นี้ คิมฮีชอล สมาชิกวง Super Junior ได้ไปออกรายการ YouTube ช่อง 'Egennam Swings' และได้เปิดใจเป็นครั้งแรกถึงสาเหตุที่แท้จริงที่เขาตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้ 'Knowing Bros' ทางช่อง JTBC ซึ่งเขาร่วมงานมานานถึง 11 ปี พร้อมทั้งแบ่งปัน 'ปรัชญาการเป็นพิธีกร' ที่เขาได้เรียนรู้จากพิธีกรรุ่นเก๋าอย่าง คังโฮดง โดยยอมรับว่าอีกฝ่ายได้เปลี่ยนแปลงทัศนคติในการทำงานของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
คิมฮีชอลปรากฏตัวในรายการ YouTube 'Egennam Swings' เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา และเมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่เขาตัดสินใจออกจากรายการ 'Knowing Bros' ที่อยู่คู่กับเขามานานถึง 11 ปี เขาก็ได้เปิดเผยเหตุผลเบื้องหลังอย่างตรงไปตรงมา
คิมฮีชอลเผยว่า รายการ 'Knowing Bros' มีการถ่ายทำเป็นประจำทุกวันพฤหัสบดี แต่เมื่อปีที่แล้วซึ่งเป็นช่วงทัวร์คอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 20 ปีของ Super Junior คอนเสิร์ตส่วนใหญ่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ทำให้เขาต้องเดินทางไปมาระหว่างการถ่ายทำและการแสดงคอนเสิร์ตบ่อยครั้ง เขายอมรับว่าบางครั้งเขาต้องขาดการถ่ายทำ และบางครั้งตารางงานของเขาก็ทำให้ทีมงานต้องจัดตารางถ่ายซ่อม ซึ่งเพิ่มภาระให้กับทีมงานเป็นอย่างมาก
เมื่อพูดถึงรุ่นพี่ คังโฮดง คิมฮีชอลก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความเคารพ เขาเล่าว่า “พี่โฮดงเชื่อเสมอว่าผู้ชมต้องมาเป็นอันดับแรก ไม่ว่าผมจะเหนื่อยแค่ไหน ขาหัก หรือเป็นหวัด สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังในรายการ” เขายังเปิดเผยว่าการได้ร่วมงานกับคังโฮดงมาอย่างยาวนาน ทำให้มุมมองในการทำงานของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก

คิมฮีชอลยังได้เล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่ง เขาบอกว่าทุกครั้งที่ถ่ายทำไปจนถึงตี 4 ซึ่งทุกคนเหนื่อยล้าจนแทบจะทนไม่ไหว คังโฮดงก็จะพูดกับทุกคนว่า “ไม่ได้นะ ตอนนี้เราอาจจะตี 4 แต่ผู้ชมกำลังดูรายการตอน 6 โมงเย็น” คำพูดนี้ทำให้เขาจดจำไม่ลืม และตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ศิลปินควรมีต่อผู้ชมอย่างลึกซึ้ง

นอกจากนี้ คิมฮีชอลยังได้พูดถึงการแบ่งรายได้ในช่วงที่ Super Junior กำลังโด่งดังสุดขีด พิธีกรกล่าวว่าการแบ่งรายได้ของวงให้กับสมาชิก 13 คนน่าจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก
คิมฮีชอลยอมรับว่า “ตอนนั้นงานส่วนใหญ่ที่รับมาก็ขาดทุน” อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าแม้รายได้จะไม่สูงอย่างที่คนภายนอกคิด แต่ก็เพียงพอที่จะใช้ชีวิตได้

สุดท้าย เขายังหัวเราะและยอมรับว่าตั้งแต่เป็นพิธีกรรายการ 'Knowing Bros' รายได้จากกิจกรรมเดี่ยวของเขาก็เพิ่มขึ้นมากกว่าตอนที่ทำกิจกรรมกับ Super Junior ในฐานะวง ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงบุคลิกที่ตรงไปตรงมาของเขาเช่นเคย
