ฮวังจองมิน นักแสดงหนุ่มชาวเกาหลีใต้ ตกเป็นประเด็นร้อนเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว หลังถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับหญิงสาววัย 40 ปีคนหนึ่ง ท่ามกลางข้อสงสัยจากสาธารณชนและรายงานข่าวที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวผู้ถูกฟ้องร้องข้อหาตามรังควาน ได้งัดหลักฐานคลิปเสียงชุดใหม่มาโต้แย้งข้อกล่าวหา ทำให้ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 30 ที่ผ่านมา หญิงสาวคนดังกล่าวได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว ปฏิเสธรายงานข่าวของสำนักข่าว Dispatch ที่ระบุว่า “ทั้งสองไม่มีการสัมผัสทางกายใดๆ” โดยเธอยืนยันว่า “ถ้าการคุกคามทางเพศฝ่ายเดียวถือเป็นการสัมผัสทางกาย มันก็เกิดขึ้นตั้งแต่ที่สนามบินแล้ว และในการพบกันครั้งแรก ตั้งแต่เดินออกจากบาร์ไปจนถึงตรอกที่จะขึ้นแท็กซี่ ก็มีการสัมผัสทางกายตลอดทาง”

นอกจากนี้ สำหรับข้อสงสัยที่ว่าเธอเคยส่ง “ภาพซากแมว” เพื่อข่มขู่ฮวังจองมิน เธอก็ได้ออกมาชี้แจงว่า “นั่นไม่ใช่ภาพซากแมวธรรมดา แต่เป็นภาพที่ถ่ายในวันที่แมวสุดที่รักของฉันที่อยู่ด้วยกันมา 16 ปี ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการป่วย และฉันต้องตัดสินใจทำการุณยฆาต”
เธอกล่าวว่า ในตอนนั้นเธอได้ส่งภาพไปทั้งหมด 3 ภาพ ได้แก่ ภาพแมวของเธอก่อนเสียชีวิต ภาพขณะรอทำการุณยฆาต และภาพหลังเสียชีวิตที่จมูกมีเลือดออกและเธอได้เช็ดทำความสะอาดให้ นอกจากนี้ เธอยังได้เปิดเผยประวัติการแชทและคลิปเสียงสนทนากับฮวังจองมิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองเคยพูดคุยเกี่ยวกับอาการของแมว

หญิงสาวคนดังกล่าวชี้แจงว่า สาธารณชนกล่าวหาว่าเธอส่ง “ภาพซากแมวที่เลี้ยงเอง เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกหวาดกลัวและขยะแขยง” แต่เธอเห็นว่าคำกล่าวอ้างเช่นนี้ไม่มีมูลความจริง
เธอกล่าวเสริมว่า จากคลิปเสียงที่เปิดเผยออกมา ในการสนทนาเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2025 เธอได้บอกฮวังจองมินว่าแมวของเธอกำลังจะตายและเธอรู้สึกเจ็บปวดมาก แต่ฮวังจองมินกลับตอบว่า “รีบเอาเตนจัง (된장) มาจัดการซะ เร็วๆ เลย แค่นั้นแหละ” เธอวิพากษ์วิจารณ์ว่าคำพูดนี้เป็นการดูถูกอย่างมาก และกล่าวว่าฮวังจองมินยังปฏิเสธในภายหลังว่าไม่เคยพูดคำนี้
หญิงสาวคนดังกล่าวเน้นย้ำว่า เธอได้ส่งภาพพร้อมคำอธิบายที่ครบถ้วน เพียงเพื่อระบายความเศร้าจากการสูญเสียแมวสุดที่รัก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างความหวาดกลัว ความวิตกกังวล หรือความขยะแขยงแต่อย่างใด
เธอเชื่อว่าภาพเหล่านั้นเป็นเพียงการตอบโต้คำพูดดูถูกของฮวังจองมินในภายหลัง ไม่ใช่การจงใจโจมตีฝ่ายตรงข้าม อย่างไรก็ตาม เนื้อหาการฟ้องร้องของตำรวจและรายงานข่าวกลับจงใจตัดลำดับเหตุการณ์และคำอธิบายภาพออก และนำเสนอใหม่ว่าเธอ “จงใจสร้างความหวาดกลัว” “คำกล่าวอ้างเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัดคำพูดดูถูกของฮวังจองมินออกไปทั้งหมด”
หญิงสาวคนดังกล่าวยังตั้งคำถามว่า สื่อสามารถเข้าถึงคำอธิบายที่ครบถ้วนของเธอได้ แต่กลับจงใจละเลยบริบททั้งหมด ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะโต้แย้งในส่วนนี้ก่อน
เรื่องราวความวุ่นวายนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวออกมาเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า เธอมีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับฮวังจองมินตั้งแต่ปี 2024 และได้เปิดเผยภาพหน้าจอการสนทนาทาง Messenger และคลิปเสียงการโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าทั้งสองเคยพบกันเป็นการส่วนตัวหลายครั้ง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน
ในเรื่องนี้ SAM Company ต้นสังกัดของฮวังจองมินได้ออกมาปฏิเสธอย่างแข็งขัน โดยระบุว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็น “ผู้ต้องสงสัยในคดีตามรังควานที่คุกคามฮวังจองมินมาเป็นเวลานาน” และศาลได้ออกคำสั่งห้ามเข้าใกล้ชั่วคราวถึงสามครั้ง และตัดสินว่าเธอมีความผิดฐานตามรังควาน โดยปรับเป็นเงิน 3 ล้านวอน (ประมาณ 68,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่) ต้นสังกัดยังเน้นย้ำว่าจะดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมสำหรับเนื้อหาที่ถูกตัดต่ออย่างไม่เหมาะสมและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
ในอีกด้านหนึ่ง ฝ่ายผลิตภาพยนตร์เรื่อง “Hope” ที่ฮวังจองมินแสดงนำ ก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า หญิงสาวคนดังกล่าวได้ส่งอีเมลที่มีเนื้อหาถูกตัดต่ออย่างไม่เหมาะสมไปยังพันธมิตรภาพยนตร์และบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และโพสต์และลบข้อความโจมตีนักแสดงและภาพยนตร์ซ้ำๆ บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งได้ก่อให้เกิดการรบกวนการทำงานจริงของทีมงาน และจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างแข็งขันเพื่อตอบโต้ในอนาคต


